ประวัติศาสตร์กัมพูชายุคเริ่มแรก
posted on 10 Jun 2007 11:49 by adiana in Knowledgeจากหนังสือ A History of Cambodia by David Chandler
มีหลักฐานว่ามีการตั้งถิ่นที่อยู่ในบริเวณประเทศกัมพูชาปัจจุบันราว 4000 ปีก่อนคริสตกาล หลักฐานที่พบคือหม้อดิน กะโหลกศีรษะและกระดูก โดยอ้างอิงจากความน่าจะเป็นว่ารูปกะโหลกคล้ายกับชาวกัมพูชาปัจจุบัน โดยที่น่าจะมีการผสมสายเลือดกับชาวจีนและเวียดนาม เชื่อกันว่าชาวกัมพูชายุคเริ่มแรกไม่สวมใส่เสื้อผ้า เพราะจากบันทึกของจีน เรียกคนในดินแดนแถบนี้ว่า 'คนเปลือย' หาเลี้ยงชีพด้วยการทำไร่เลื่อนลอย ปลูกเผือกปลูกมัน ข้าวพันธุ์ต่างๆ สรุปได้อย่างกว้างๆเช่นนี้ แต่ไม่อาจระบุไปได้ชัดเจนว่าชาวกัมพูชาเริ่มทำการเกษตรตั้งแต่เมื่อไหร่ นับถือวิญญาณบรรพบุรุษ เชื่อว่ามีความสัมพันธ์เหนียวแน่นระหว่างวิญญาณ ดินและหิน ข้างขึ้นข้างแรม ความเชื่อเกี่ยวกับนาค(เทพผู้พิทักษ์น้ำ) ความเชื่อว่าการสักตามร่างกายจะทำให้อยู่ยงคงกระพัน ความเชื่อเหล่านี้มาจากการรับวัฒนธรรมจากอินเดีย ซึ่งน่าจะเป็นพราหมณ์ ตามตำนาน...
พราหมณ์เกาฑิยะผู้มีธนูวิเศษมาปรากฏตัวที่ชายฝั่งกัมพูชา ธิดาพญานาคพายเรือมารับ เกาฑิยะใช้ธนูยิงเรือทำให้ธิดาพญานาคตกใจ และยอมแต่งงานกับพราหมณ์ผู้นี้ ก่อนวันเข้าพิธี เกาฑิยะมอบเครื่องทรงให้ธิดาพญานาค นางจึงตอบแทนด้วยการ "ดื่มน้ำที่ท่วมแผ่นดินจนแห้ง สร้างเมืองให้พระชามาดา เรียกชื่ออาณาจักรนั้นว่า กัมโพช"
จากตำนานน่าจะตีความได้ถึงการแผ่อำนาจของชนชาติอารยันไปถึงเอเชียอาคเนย์ แม้ตำนานจะไม่มีประโยชน์ต่อข้อเท็จจริง แต่หลักฐานที่พอจะหาได้ พบว่ามีการแต่งงานระหว่างพราหมณ์ชาวอินเดียและสตรีสูงศักดิ์ชาวกัมพูชา กษัตริย์ที่ชอบธรรมของกัมพูชาจะต้องมีสายเลือดของกัมพูชาและอินเดียอย่างละครึ่งเท่านั้น
ในยุคสมัยที่เริ่มรับวัฒนธรรมอินเดียนี้ น่าจะเป็นการเริ่มต้นของอาณาจักรฟูนัน ชื่อฟูนันนี้เป็นการเรียกของจีน เพราะปรากฏในบันทึกรายชื่ออาณาจักรที่ส่งเครื่องบรรณาการแก่จีน แต่ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าฟูนันเป็นอาณาจักรที่มีกษัตริย์รวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น หรือเป็นแคว้นเล็กแคว้นน้อยมีเจ้าปกครองกันเองแล้วรวมกันส่งเครื่องบรรณาการให้จีนกันแน่
สินค้าส่งออกที่สำคัญของฟูนันได้แก่ ช้างป่า งาช้าง นอแรด ขนนก เครื่องเทศ ยางไม้ หนังสัตว์ ไม้หอม ไม่มีการส่งออกข้าวเพราะปลูกแค่พอกินในครอบครัว
ยุคฟูนัน พุทธศาสนารุ่งเรืองในกัมพูชา และมีความเชื่อเรื่องบุญบาปปะปนอยู่ด้วย ชาวกัมพูชาในยุคนี้มองว่า อำนาจและความสามารถเป็นผลมาจากการทำดีในชาติก่อน การสิ้นอำนาจ หรือไม่มีอำนาจ เชื่อว่ามาจากการทำบาปในชาติที่แล้ว ส่วนการกระทำในปัจจุบันจะส่งผลไปยังชาติหน้า การจะทำให้ฐานะของตนดีขึ้นหรือมีอำนาจมากขึ้นต้องสะสมบุญในชาตินี้ เช่น บำรุงวัด ทำบุญกับพระ สร้างพระพุทธรูปหรือเทวรูป ความเชื่อนี้ส่งผลไปถึงยุคพระนคร ทำให้เกิดเทวาลัยและปราสาทใหญ่ๆขึ้นมา
มีการแบ่งชนชั้นในกัมพูชายุคแรก แม้จะไม่ได้ระบุชี้ชัดเหมือนวรรณะของอินเดีย แต่จากหลักฐานต่างๆ เช่นจารึกและบทกวี ก็ทำให้เชื่อได้ว่าแบ่งชาวกัมพูชาออกเป็นสองชนชั้น คือชนชั้นปกครอง(กษัตริย์ ขุนนาง พระ) และชนชั้นไพร่(ประชาชน ทาส) สิ่งที่ใช้แบ่งที่ชัดเจนที่สุดคือภาษา จารึกและบทกวีจะใช้ภาษาสันสกฤตกับชนชั้นปกครองเท่านั้น มีการแต่งบทกวีสรรเสริญกษัตริย์แบบอัศจรรย์เกินจริงด้วยร้อยกรองที่ถูกต้องตามแบบ ส่วนภาษาเขมรใช้กับชาวบ้านธรรมดา ใช้ภาษาร้อยแก้ว ที่พบโดยมากเป็นบัญชีข้าทาส กฎหมาย คำแช่ง
ภายหลังเมื่ออาณาจักรฟูนันที่ติดชายฝั่งเริ่มเสื่อมอำนาจไป อาณาจักรที่เข้ามาแทนที่คือ 'เจนละ' ที่อยู่ถัดเข้าไปในแผ่นดิน(เจนละน่าจะเกิดในช่วงที่ฟูนันรุ่งเรือง แล้วค่อยๆพัฒนาตัวเองขึ้นมา) และนำไปสู่การพัฒนาอาณาจักรเข้าสู่ยุคพระนคร
ยุคพระนครไว้ต่อทีหลัง
ดูเหมือนว่าความเห็นจากเอนทรี่ที่แล้วจะตรงกันหมด คือไม่สบายใจก็ไม่ต้องโพสที่นั่น นี่ก็เป็นสิ่งที่เราคิดเหมือนกัน คิดอย่างเอาแต่ใจว่าถ้าฉันไม่สะดวกใจจะอยู่ที่ไหน ฉันก็ไม่อยู่ที่นั่น แต่พอคิดถึงคนอ่านที่ขี้เกียจตามหลายบอร์ด ก็ทำให้ไม่สบายใจว่าทิ้งไปเฉยๆมันน่าเกลียดไหม แล้วถ้าจะตั้งกระทู้บอก มันก็เหมือนกับการหาเรื่องกลายๆ
หรือฉันจะคิดมากไปเอง...?
งั้นเริ่มที่แร็กตอนเก้าละกัน
เลขสวย

หยกชอบเลข 7 หยกว่ามันมีมนต์ขลังดี(มั่ว) ฮาฮา

สองไม่ทัน 777 อ่ะ อยากได้
#1 By □■□ TVXQ~Everything ■□■ on 2007-06-10 13:48